การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding) ตามปกติคนเราได้รับสารอาหารต่างๆ จากการดื่มและการรับประทาน ในกรณีที่ไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ตามปกติไม่ว่าจะมีสาเหตุจากการเบื่ออาหาร ความเจ็บป่วยอย่างรุนแรง มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนและการย่อยอาหาร หรือหมดสติไม่รู้สึกตัว

สาเหตุเหล่านี้อาจส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้ร่างกายไร้แรงและเกิดภาวะทุพโภชนาการตามมาได้

ในกรณีนั้นจึงจำเป็นต้องมีการให้ “อาหารรูปแบบของเหลว” เข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร โดยผ่านสายยาง หรือสายให้อาหาร

สูตรอาหารทางสายยางมีอะไรบ้าง?

สูตรอาหารทางสายยางแบ่งออกเป็น 3 สูตร ดังนี้

1. อาหารสูตรน้ำนมผสม (Milk based formula)
อาหารสูตรนี้ใช้นมและผลิตภัณฑ์จากนมเป็นส่วนผสมสำคัญ ประกอบกับส่วนผสมอื่น เช่น น้ำตาล น้ำมันพืช ไข่ เพื่อให้ผู้รับประทานได้รับสารอาหารเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนของวัตถุดิบที่น้ำมาใช้จะขึ้นอยู่กับพลังงานและสารอาหารที่แพทย์กำหนด

อาหารที่ให้พลังงาน 1 kcal/ml จะมีความเข้มข้นที่พอเหมาะและไหลผ่านสายให้อาหารได้ดี ในกรณีที่ต้องการอาหารพลังงานสูง นักกำหนดอาหาร (Dietitian) สามารถดัดแปลงสูตรอาหารตามความเหมาะสมได้

อาหารสูตรน้ำนมผสมเตรียมง่าย ใช้เวลาน้อย เหมาะสำหรับผู้ป่วยเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากมีส่วนประกอบของนมเป็นหลัก มักจะก่อให้เกิดอาการท้องเสียสำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ดื่มนมมาเป็นระยะเวลานาน และไม่มีน้ำย่อยน้ำตาลแลคโตส (Lactose) แล้ว

2. อาหารสูตรปั่นผสม (Blenderized formula)
อาหารสูตรนี้มีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน ใช้วัตถุดิบจากอาหาร 5 หมู่ ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ น้ำตาล และไขมัน นำมาทำให้สุก แล้วปั่นผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงกรองเอาส่วนที่ปั่นไม่ละเอียดออกเพื่อให้อาหารสามารถไหลผ่านสายให้อาหารได้

ปริมาณวัตถุดิบขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานและสารอาหารของผู้ป่วยแต่ละราย ตามที่แพทย์กำหนด

อาหารสูตรปั่นผสมเหมาะสำหรับผู้ใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการแพ้นมวัว (Lactose intolerance) สามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการเตรียม แต่สุดท้ายจะต้องได้คุณค่าครบถ้วนตามที่แพทย์กำหนด โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน

นอกจากปัญหาการแพ้นมวัวแล้ว ผู้ป่วยบางรายอาจมีปัญหาแพ้อาหาร หรือภูมิแพ้อาหารแฝง ร่วมด้วย สังเกตได้จากอาการแสดงหลังได้รับอาหารชนิดนั้นๆ เช่น ผื่นขึ้น คันตามตัว ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย

หากผู้ป่วยมีอาการเช่นนี้บ่อยๆ ผู้ดูแลอาจปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เพื่อขอคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนชนิดอาหารใหม่ หรือขอรับคำแนะนำในการตรวจภูมิแพ้และภาวะแพ้ หรือ ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ต่อไป หากมีความจำเป็น

ตัวอย่าง อาหารสูตรปั่นผสม
ส่วนประกอบ ปริมาณ(กรัม)
ฟักทอง 100
น้ำมันพืช 20
ตับไก่ 50
อกไก่ลอกหนัง 150
กล้วยสุก 100
น้ำตาล 5
ไข่ไก่ 350 หรือ 1 ฟอง
เติมน้ำต้มสุกให้ครบ 1,000 มิลลิลิตร

3. อาหารสูตรสำเร็จ (Commercial formula)
อาหารสูตรนี้ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตอาหารมีสัดส่วนที่เป็นมาตรฐาน ให้คุณค่าสารอาหารแตกต่างกันตามรายละเอียดที่ระบุไว้ที่ภาชนะบรรจุ มีทั้งชนิดผงและน้ำ สามารถนำไปละลายน้ำตามสัดส่วนที่กำหนด หรือเปิดภาชนะบรรจุก็ใช้ได้ทันที

แบ่งเป็น 5 สูตรตามสารอาหาร ดังนี้

– สูตรอาหารที่มีโปรตีนจากนม (Milk-protein base formula) ใช้นมเป็นแหล่งโปรตีน มักเป็นนมสด (Whole milk) หรือนมขาดมันเนย (Non-fat milk) มีลักษณะเป็นผง

– สูตรอาหารที่มีโปรตีนจากถั่วเหลือง (Soy-protein base formula) ใช้ถั่วเหลืองเป็นแหล่งของโปรตีน (Soy Protein Isolate) มีลักษณะเป็นผง
สูตรอาหารที่มีโปรตีนจากนมและถั่วเหลืองผสมกัน (Milk and soy-protein base formula) ใช้ทั้งนมและนมถั่วเหลืองเป็นแหล่งของโปรตีน มีทั้งชนิดผงและชนิดน้ำ

– สูตรอาหารที่มีโปรตีนขนาดโมเลกุลเล็ก (Protein hydrolysate) เป็นสูตรนมที่นำโปรตีนมาย่อยสลายด้วยเอนไซม์ส่วนหนึ่งให้มีขนาดเล็กลงเป็นสายโมเลกุลสั้นๆ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่แพ้โปรตีนจากทั้งนมวัวและนมถั่วเหลือง

– สูตรอาหารที่มีโปรตีนอยู่ในสภาพกรดอะมิโน (Amino acid-based formula) เป็นสูตรนมที่มีโปรตีนซึ่งผ่านกระบวนการย่อยเป็นกรดอะมิโน ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ทันที

สิ่งที่ต้องใส่ใจ
การให้อาหารรูปแบบเหลวผ่านทางสายยาง หรือสายให้อาหารนั้น นอกจากต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการอาหารแล้ว ยังต้องใส่ใจเรื่อง “ความสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และการปนเปื้อนต่างๆ” ทั้งในขั้นตอนการเตรียมอาหาร และการเตรียมสายให้อาหาร

เมื่อผู้ป่วยรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ควรทำความสะอาดบริเวณที่ใส่อุปกรณ์สำหรับให้อาหารเหลว รวมทั้งร่างกายส่วนอื่นๆ ของผู้ป่วย เตียงนอนที่หากมีอาหารหยดเปรอะเปื้อน เพื่อป้องกันมด หรือแมลงต่างๆ มารบกวนผู้ป่วย

รวมทั้งต้องทำความสะอาดสายยาง หรือสายให้อาหารให้สะอาดทุกครั้ง อย่าให้มีเศษอาหารติดค้างในสายยาง หรือสายให้อาหาร เพื่อป้องกันการบูดเน่า การสะสมของเชื้อโรค และป้องกันแมลงสัตว์ต่างๆ ไปกัดกิน

เมื่อผู้ป่วยเริ่มกลับมาเคี้ยวกลืนอาหารได้แล้ว ควรปรับเปลี่ยนจากการให้อาหารทางสายยาง หรือสายให้อาหาร มาเป็นการรับประทานอาหารอ่อน เช่น ซุป โจ๊ก ข้าวต้ม และค่อยเพิ่มเติมอาหารชนิดอื่นๆ ทีละน้อย